ท่ามกลางความไม่แน่นอน “สมคิด” ปลุกชาติเอเชียรวมพลังเป็นความหวังใหม่ของโลก

รองนายกฯ แสดงปาฐกถางาน “นิกเกอิ ฟอรัม” ที่กรุงโตเกียว มองอนาคตเอเชียจะเป็นความหวังใหม่ของโลก หลังจากเกิดความไม่แน่นอนในสหรัฐอเมริกา และยุโรป แต่ทุกชาติในเอเชียต้องวางยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันและเชื่อมโยงกันทุกด้าน โดยมีชาติใหญ่อย่าง..

ท่ามกลางความไม่แน่นอน “สมคิด” ปลุกชาติเอเชียรวมพลังเป็นความหวังใหม่ของโลก

รองนายกฯ แสดงปาฐกถางาน “นิกเกอิ ฟอรัม” ที่กรุงโตเกียว มองอนาคตเอเชียจะเป็นความหวังใหม่ของโลก หลังจากเกิดความไม่แน่นอนในสหรัฐอเมริกา และยุโรป แต่ทุกชาติในเอเชียต้องวางยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันและเชื่อมโยงกันทุกด้าน โดยมีชาติใหญ่อย่าง ญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลี ร่วมผลักดัน ไทยพร้อมหนุน TPP สานต่อการค้าเสรีโลก

วันนี้ (6 มิ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงปาฐกถาในงาน Nikei Forum ครั้งที่ 23 หัวข้อ “The Future of Asia” โดยนายสมคิดกล่าวว่า ขณะนี้หมอกควันแห่งความไม่แน่นอนได้แผ่กระจายออกไปทั่วโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ รัฐศาสตร์ การเมืองของโลก เริ่มเมื่อปีก่อน การส่งเสริมการค้าเสรีอย่าง TPP ได้ถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดีจากประเทศผู้ริเริ่ม เพื่อป้องกันผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากกว่าการดูแลพันธมิตร และเน้นปกป้องมากกว่าการส่งเสริมเสรีการค้า เพื่อตอบโต้ประเทศคู่ค้า ทั้งที่ประเทศส่วนใหญ่เคยได้รับการส่งเสริมจากสหรัฐฯ ได้สร้างความสับสนแก่นานาประเทศ จึงต้องรับจากผลกระทบที่อาจจะมีขึ้น จึงได้มีการจัดระเบียบใหม่ของโลกเพื่อหลีกพ้นความไม่แน่นอน เป็นจุดเริ่มต้นแล้วและกำลังเริ่มในเอเชีย ความพลิกผันขณะนี้ การเมือง รัฐศาสตร์ การที่อังกฤษออกจากอียูกำลังเขย่าสถานะของอียูอย่างรุนแรง การที่นายมาครงได้รับเลือกตั้งในฝรั่งเศสก็ยังไม่แน่นอนว่าจะหยุดยั้งการมุ่งสลัดตนเองจากอียูได้หรือไม่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ก็ไม่ให้ความสำคัญต่อความเป็นปึกแผ่นของ NATO และตอกย้ำกับกลุ่ม G7 ว่าต้องรับผิดชอบมากขึ้น ห้วงเวลาของการพึ่งพาคนนอก หมายถึงสหรัฐอเมริกาได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง พลังการเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ยังไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้ว่าโลกในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตาม ความวิตก มองโลกในแง่ร้ายไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น การก้าวไปข้างหน้าอย่างกลมเกลียวกันจะฝ่าความท้าทายไปได้ ชาติแห่งเอเชียต้องสร้างพลังานแห่งเอเชียให้เป็นความหวังใหม่ รักษาไว้ซึ่งการค้าเสรีเพื่อประคองเศรษฐกิจโลก เมื่อ 14-15 พ.ค. จีนได้ขยับตัวประชุม one belt one road เป็นแนวทางความร่วมมือของเอเชียเพื่อเชื่อมโยงยุโรป ยูเรเชีย แอฟริกา เพื่อเป็นแพลตฟอร์มใหม่แห่งการค้าเสรีของโลก และความร่วมมือของชาติต่างๆ นอกจากนี้ยังมีแนวทางอื่นเพื่อสร้างความหวังแห่งอนาคต เช่น เป้าหมายของญี่ปุ่น กับพันธมิตร 12 ชาติ ในการผลักดันเขตการค้าเสรี TPP แม้ไม่มีสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมอีกแล้ว จึงพร้อมสนับสนุน แต่ถ้าได้เอาอุปสรรคปัญหาต่างๆ มาแก้ไขปรับปรุงก็จะสามารถร่วมมือกันเดินไปข้างหน้าได้ การที่ญี่ปุ่นกระโดดเข้ามาทำหน้าที่แทนสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่น่ายินดี และไทยพร้อมสนับสนุนเต็มที่ หรือการตั้งกลุ่ม RCEP ประกอบด้วยอาเซียน และ 6 ประเทศใหญ่ คือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีประชากรรวมกันเท่ากับครี่งหนึ่งของโลก หากผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมก็จะเป็นประโยชน์อย่างสูงต่อชาติในเอเชีย อย่างไรก็ตาม ประเทศใหญ่อย่างญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ต้องเป็นหัวแรงสำคัญในการผลักดันทุกวิถีทาง

ญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ เป็น 4 ชาติใหญ่ที่เป็นพลังแห่งเอเชีย แต่เอเชียยังมีประเทศอื่นทั้งประเทศใหญ่และเล็ก ร่วมถักทอสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ หากขจัดอุปสรรคปัญหาต่างๆ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญคือ 1. ต้องมีการเชื่อมโยงการขนส่งคมนาคม ระบบซัปพลายเชน ลอจิสติกส์ โดยต้องเชื่อมโยงกันโดยไร้อุปสรรคทางการค้า การลงทุน การร่วมมือพัฒนาแรงงาน 2. ต้องมียุทธศาสตร์การพัฒนาร่วม (Jiont development stategy) หลายประเทศมีความแตกต่างด้านความก้าวหน้าทางวิทยาการ ทรัพยากรมนุษย์ ที่จะฉุดรั้งการพัฒนา การทำแผนร่วมกันเพื่อยกระดับการพัฒนา ลดความเหลื่อมล้ำ พ้ฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาการของประเทศต่างๆ ให้เท่าเทียมกัน เป็นปัจจัยสำคัญของการก้าวหน้าต่อไป การค้าเสรีโดยปราศจากการยกระดับการพัฒนาถือว่าไม่ใช่การพัฒนาอย่างแท้จริง และไม่ทำให้เกิดการอยู่ดีกินดี และอาจทำให้เกิดการต่อต้านอย่างไม่ควรจะเป็น นี่เป็นเหตุผลที่ประเทศไทยได้ประกาศว่า เพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMVT จะต้องพัฒนาไปด้วยกัน เหมือนที่ท่านนายกฯ พูดว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เราจะทำยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกัน เพื่อทำให้ CLMVT แข็งแกร่งขึ้น และเชื่อมโยงไปสู่ระดับ AEC, BIMTEC ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ร่วมนี้ ชาติใหญ่อย่างญี่ปุ่น จีน อินเดีย จะเข้ามาสนับสนุนได้อย่างมีมิติสำคัญและไม่ซ้ำซ้อน มีบทบาทไม่ซ้ำซ้อนแต่สอดรับกัน นี่จึงเป็นการบูรณาการระหว่างภูมิภาค (regional integration) อย่างแท้จริง

ปัจจัยที่ 3 คือการพัฒนาทร้พยากรมนุษย์ เอเชียมีประชากรนับพันล้านคน ส่วนใหญ่ด้อยพัฒนา อ่อนแอ ไร้การศึกษา จะยิ่งอ่อนแอลง ความแตกต่างจะมากขึ้น จึงต้องแก้ไขร่วมกัน ทั้งการศึกษา แรงงาน สร้างโอกาสให้แก่ผู้ไร้โอกาส จากภาระให้เป็นสินทรัพย์แห่งเอเชีย จึงต้องร่วมจัดทำยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะญี่ปุ่น

ปัจจัยที่ 4 ภูมิภาคนี้ต้องมีสันติภาพ และความไว้ใจกัน (Peace กับ Trust) ความไม่สงบในคาบสมุทรเกาหลี หากสถานการณ์ยังรุนแรง ต้องยอมรับว่าภูมิภาคเอเชียมีประวัติศาสตร์นานนับร้อยปี หากไม่ละวางอดีต ไม่มองสู่อนาคต จะยากยิ่งที่จะเดินต่อไป เพื่อให้เอเชียมีความสงบ ชาติทั้งหลายต้องอดกลั้น ทุ่มเท ไว้ใจ เพื่อสร้างอนาคตแห่งเอเชียร่วมกัน

ท่ามกลางหมอกควันของโลกยุคเก่า ขณะนี้กลับเป็นโอกาสแห่งการจัดระเบียบโลกใหม จึงมั่นใจว่าเอเชียเป็นความหวังใหม่ โอกาสเปิดให้แล้วแก่เอเชีย แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างกัน

ในช่วงท้ายนายสมคิดกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศใหญ่ แต่ได้ก้าวพ้นวิกฤตทางการเมืองให้เป็นโอกาสในการปฏิรูป เศรษฐกิจของไทยได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าปีนี้อัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 3.5 การร่วมมือทั้งเอกชนและรัฐบาลเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ปรับกฎหมาย กฎระเบียบ ล่าสุดได้รับจัดอันดับความสามารถการแข่งขันดีขึ้นในอันดับที่ 27 ไทยพร้อมร่วมกับมหามิตร อย่างญี่ปุ่น เป็นอีกกำลังหนึ่งและมีส่วนร่วมสร้างอนาคตแห่งเอเชีย เพื่อเป็นเครื่องจักรเครื่องใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นความหวังใหม่ของโลก

ขอขอบคุณ manager